sombat's profileSpace ของ sombatPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
January 31 นายกสมัครของประเทศไทย
Veera VS BAng
Correspendance I.C'est bon
je serai de coeur avec toi.
Je compte surton amitié et ton affection pour moi.
Bonne soirée
sombat thavorn <sombatth@hotmail.com> a écrit : C'est a dire qu'on peut se comprendre meme s'il y a trop de distance entre nous. Je peux lire vos travaux sur votre website. Je ne peux pas y aller. C'est trop loin. CorrespendanceRE: Correspondance
From: RUETH HUDDLESTON (huddmari_55@yahoo.ca)
Sent:
Wednesday, January 30, 2008 6:40:21 PM To:
sombat thavorn (sombatth@hotmail.com) Merci
Mais dis moi comment on peut se voir si il ya cette grande distance qui nous sépare.
Mais dis moi si tu viens chez moi ?
sombat thavorn <sombatth@hotmail.com> a écrit : Merci pour ta reponse. On peut se savoir prochainement. R. HuddlestonRE: Correspondance
From: RUETH HUDDLESTON (huddmari_55@yahoo.ca)
Sent:
Tuesday, January 29, 2008 9:58:13 PM To:
sombat thavorn (sombatth@hotmail.com) Yes As you can see our actions in favour of disadvantaged children, and we want you to bring us your input either venat work here with us either through financial support for those children in need. But if you want a discussion we have to share you can tell me so that I look forward to seeing you. But tell how you got the address of the site. Thank you very soon and sombat thavorn <sombatth@hotmail.com> a écrit : Dear Axelle Hans, Axelle HansCorrespondance
Sent:
Sunday, January 27, 2008 6:01:19 AM To:
jacqleon_1@caramail.com Bonjour cher correspondant
Je voudrais commencer ma correspondance avec vous tout en vous présentant mes excuses pour cette surprise car je sais que vous ne me connaissez pas et que je ne vous connais pas encore. Mais dit on souvent que seuls les montagnes ne se rencontre pas mais les hommes oui.
Je m’appelle Axelle Hans de nationalité Suisse, je suis administrative dans l’ONG COMPASSION qui s’occupe des enfants déshérités et victimes de la guerre. Je voudrais correspondre avec vous dans le but d’aboutir à une rencontre et une amitié sérieuse.
Une fois encore je vous présente mes excuses pour mon mail et je sais que ca va surprendre car c’est après une longue recherche de correspondants que je suis parvenue à vous extraire parmi tant d’autres et j’espère que je serais ravie de vous lire très prochainement si vous ne trouvez pas d’inconvénients à ce que nous soyons ami.
Je te vous de me répondre dans huddmari_55@yahoo.ca que je consulte souvent
Amicalement Axelle Hans January 29 29 มกราคม พ.ศ. 2550: นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช
January 28 Matchima & Chatthai Political Parties?
Jan 27, 2008: A day of family schismMama has done a big mistake for all her children by chiding me for asking for information on how to to a church called Marialia (มาเรียลัย) from Sermsilp who was later angered for such action of mine. He expressed it through her wife who told Mama how she felt. Mama would have to move back to Ban Buathong where she used to stay with the family.
See how beautiful was my life partner today.
January 27 23 January 2008: Get to know about NTTVJan 22, 2008 I was informed by Laddawal Lakkeo that a cable TV broadcasting company invited us to present FRY's activities to the TV general public. I was both glad and surprised to have such an opportunity. I accepted the invitation with no attention to any detailed related purpose behind this welcome.
On January 23, 2008 I went to the PM Building on Dindaeng-Rama IX Road for the cable TV broadcasting at around 10.00 O'Clock. I was on the TV Programme: ลูกอีสาน (Look Esan) with Laddawal, Pom and Somyos. I presented FRY as an organization trying to improve Roi-et and Bang Bon.
While on air, I observed that they were making use of what FRY has been doing. The notebook giving away project failed because Thaksin had to stay away from the politics. They talked about that with several sentences.
Then on January 23, 2008 I saw in a DVD copied by them that while we were on air they had the follwoing words running on the TV screen "เมื่อ คมช. ไป คตส. ก็ควรไป" SMS ......... See how and what it was in the CD. January 24 ตุลาการ
All is for her. Chapter 3: How?ถึงเธอที่ผมเคยบอกว่ารักที่สุด แม้จะยากสุดที่หลีกที่จะเลี่ยง ผมเองเป็นคนผิดเมื่อหวลคิดถึงเรื่องเก่า แม้เวลาจะผ่านมาเป็นเวลาร่วมยี่สิบสี่ปี
ปี 2541ด้วยความคิดถึงที่ยังรุนแรงมาโดยตลอด วันหนึ่ง (13 ตุลาคม 2541) ผมก็ได้เบอร์โทรศัพท์ของโรงเรียนเปรมฤดีศึกษาจากฝ่ายบริการโทรศัพท์ 13 และได้ลองโทรศัพท์ไป ปรากฎว่า ผู้ที่รับปลายสายครั้งนี้ ก็คือ คุณนก “จำเสียงได้ดี” “คิดถึง ๆ ๆ” “ทำอะไรอยู่” “ตกงาน ไม่มีอะไรทำ ต้องลำบาก” “เจอกันหน่อยไหม ไม่ได้เจอกันเสียนาน” รอสักหนึ่งชั่วโมงนะ คงไปถึงที่โน่นประมาณบ่ายสี่โมง “หัวใจของผมหล่นอยู่ตรงแถบนี้ เมื่อหลายปีก่อน .........” “ตอนนี้ มีบ้านอยู่ที่บางบัวทอง ถ้าว่าง ก็ไปหานะ เบอร์โทรศัพท์ 9250-198 โทรได้เลยนะ เราทำหน้าที่เก็บเงินของโรงเรียน อยู่แผนกการเงินมาสองปีแล้ว พอมาทำหน้าที่นี้ ครูใหญ่พินิจ สิทธิดำรง ก็ได้ลาออกไป” “ส่วนเบอร์ของผม 9900-324” “ชีวิตของผมลำบากมาก ในแต่ละปี ก็ต้องเปลี่ยนที่อยู่อยู่เสมอ ร่อนไปเรื่อย ๆ คิดถึงโดยตลอด ปี 19 เมื่อขึ้นไปทำงานที่อุดรธานี มีโอกาสผ่านไปเมืองพล ยังเคยขับรถผ่านไปทางร้านเจริญพาณิชย์ สวดให้ผมบ้างนะนก”
วันนั้น เราได้พูดคุยกันที่ใต้ที่พักข้างโรงเรียนวาสุเทวี คุยกันประมาณสามสิบนาที ก็ต้องกลับแล้ว ไปส่งคุณนกที่สะพานสาธร เธอไหว้ผมอย่างนอบน้อมมาก เมื่อตอนที่คบกันเมื่อยี่สิบสี่ปีก่อน เธอไม่เคยไหว้ผมอย่างนี้เลย แม้ผมจะมีความคิดถวิลหา ผมไม่ได้คิดนอกลู่นอกทางเลยนะ เพราะรู้ว่าเราเป็นเพียงเพื่อนกันเท่านั้น
มาถึงตอนนี้ ผมก็หวลคิดไปถึงเรื่องเก่า ๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างที่เรารู้จักกัน ทุกอย่างเป็นเพราะผมทำผิดพลาดทั้งนั้น คิดถึงสภาพเก่า ๆ ตั้งแต่เมื่อคุณนกพยายามทำความรู้จักกับผมด้วยการอยากเรียนภาษาอังกฤษโดยทางเพลงภาษาอังกฤษที่แปลเป็นภาษาไทย และทำทีว่าพี่ชายให้ติดต่อหาที่อยู่ของอาจารย์ Bertrand ผู้เคยมาสอนที่คณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ..... เธอเคยชวนไปเที่ยวทัวร์ด้วยกัน เคยแม้แต่พูดขอแต่งงานด้วย (แต่ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไร “ผมเสียใจที่ผมจะต้องแต่งงานกับคนที่ผมรักน้อยกว่า ผมรักคุณนกมาก ๆ ผมคงไม่มีวันลืมนกได้” “ต้องลืมได้ คิดเสียว่าเพื่อนคนนี้เลวอย่างนั้นอย่างนี้ เดี๋ยวสมบัติ ก็จะลืมเราได้หรอก” คิดไปถึงเมื่อผมผิดหวังกับชีวิตและไปอยู่ที่เพชรบูรณ์ในระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2519 ผมเขียนจดหมายหาคุณนก เพราะโลกมันแคบลงหมดแล้ว ความคิดความใฝ่ฝันของผมแทบจะสิ้นสุด คุณนกทำให้ผมมีกำลังใจขึ้นเพื่อรับผิดชอบตนเองและครอบครัว “ให้เราเดินไปตามทางที่พระได้เลือกไว้ให้เรา ..... สมบัติ เรารู้ว่าสมบัติจะกลับมาอยู่ที่โคราชแล้ว เราคงจะไม่ได้เขียนจดหมายมาหาสมบัติอีกแล้วนะ .......เราอยู่ที่นี่ ความคิดมันก็โลดแล่นไปไกล แต่ก็มีความสุขกับเด็ก ๆ .... ถ้าโลกมันกลม เราคงมีโอกาสได้พบกันอีก ....” ยี่สิบปีก็ผ่านไปเมื่อสามปีก่อน ตอนที่ผมเข้ามาอยู่กทม. แต่ผมไม่กล้าโทรศัพท์หาเธอ ถึงโทรไปก็คงทำให้ลำบาก เพราะเธอไม่ได้อยู่ที่หอพักอย่างเดิม และไม่ได้อยู่ในห้องการเงินอย่างทุกวันนี้ ช่วงนี้ช่องห้า มีละคร “ความหลังเก่าในหัวใจเดิม” มันโดนหัวใจเราเหมือนกันนะ (19/12/41) 22/12/41 “เรื่องไปวัดวันคริสต์มาส จะเปลี่ยนแปลงหรือเปล่า” “มิซซาที่โรงเรียนเปรมฤดีศึกษา เป็นหกโมงเย็น ที่วัดแม่พระสากล คงเป็นประมาณสี่ทุ่ม เดี๋ยวจะโทรไปถามเพื่อนที่นั่นก่อนนะ ว่ามีมิซซาเป็นเวลาเท่าไรกันแน่ ต้องรอโทรไปหาเขาเวลาสี่ทุ่มคืนนี้ เดี๋ยวโทรมาใหม่พรุ่งนี้นะ ซักแปดโมงก็ได้” “แปดโมง คงกำลังติดธุระ ซักกี่โมงดีนะ เก้าโมงเช้าดีไหม” “ดี พรุ่งนี้เก้าโมงเช้า โทรมานะ” 23/12/41 “คุณวรรณภรณ์นะ” “ใช่” “เออ วันนี้ มีงานที่โรงเรียน ต้องอยู่จนดึก กว่าจะเก็บเงิน ฉันจะต้องไปวัดแม่พระสกลสี่ทุ่ม กว่าจะเสร็จก็คงหกทุ่ม ฉันคงไม่ไหว” (บวกกับความรู้สึกที่ไม่อยากเจอและน้ำเสียงที่ไม่เคยคิดว่าจะมีคำว่า “ฉัน” ในเวลาที่พูดกัน ในเวลาที่รู้จักกัน ไม่เคยได้ยินใช้คำนี้เลย ทำไมนะจึงเป็นอย่างนี้ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นก็คือว่า เราอาจจะเข้าไปยุ่งในชีวิตของเขามากเกินควรก็ได้ เอาไว้แค่นี้ดีกว่า มีความรู้สึกไม่อยากจะเข้าไปยุ่มย่ามกับชีวิตของบุคคลที่เราเองเคยรักเอามาก ๆ ) “ถ้าอย่างนั้น ก็ขอ “สวัสดีปีใหม่” เลยนะ” “.......” All is for her - Chapter 2: New developments คุณวรรณภรณ์ พิเชษฐ์พันธ์ เป็นคนที่ให้ความสนิทสนมกับผมเป็นพิเศษ สำหรับผม เธอเป็นหลายสิ่งหลายอย่างที่จะทำให้ผมหลงใหลและคิดถึงเสมอมิได้ขาดแม้จะห่างกันจนถึงวันนี้ที่เขียนบันทึกนี้เพื่อเธอ ยี่สิบสี่ปี(2541) หลังจากได้รู้จักกับเธอ แม้มันจะเป็นความคลั่งไคล้ที่ผมมีต่อเธอข้างเดียวก็ตาม
ผมเสียดายที่ผมรู้จักกับเธอน้อยไปจนทำให้ตัวเสียใจแม้จนทุกวันนี้ด้วย และดูเหมือนจะทำให้เธออกหักไปด้วย ผมไม่รู้ว่า ใครเป็นคนแรกที่ทำให้พวกเราอยากไปพบกันที่ห้องพักครูของครูประถม ดูเหมือนว่าคุณวัฒนชัยที่เป็นครูสอนระดับประถมศึกษา ซึ่งมีความสนิทสนมกับกลุ่มเรา เป็นคนบอกผมกับคุณลิขิตว่าครูประถมอยากเชิญพวกเราไปกินขนมที่โน่น ก่อนนั้นพวกเราไม่ได้ไปที่นั่นเลย เพราะมันเป็นพื้นที่ตอนปลายสุดของโรงเรียนที่จะต้องเดินต่อไปจากพื้นที่ของส่วนที่เป็นมัธยมศึกษาเข้าไป ไม่นานหลังจากนั้นการพบปะก็มีเกือบทุกวันทำงาน และผมได้ทราบว่าคุณวรรณภรณ์พักอยู่ที่หอพักไผ่เงินซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับทางเข้าโรงเรียนเปรมฤดีศึกษา เธอมีเพื่อนร่วมห้องคือ คุณมยุรี ซึ่งเป็นสาวสวยอายุน้อยอีกคนหนึ่ง เธอคนนี้เพิ่งจะเข้ามาเป็นครูที่นี่ในปีการศึกษา 2516 นี่แหละ ไม่นานหลังจากที่ได้พบกันกับเพื่อนของผมคนที่ชื่อว่าคุณลิขิต คุณลิขิตดูเหมือนว่าจะหลงใหลในตัวเธอเอามาก ๆ ขนาดหลงลืมว่าเคยหลงรักสาวนางหนึ่งที่เป็นคนโคราชแต่มาสอนที่โรงเรียนวัดสุทธิวรารามซึ่งอยู่แถว ๆ ปากถนนจันทน์ด้านถนนเจริญกรุง คุณวรรณภรณ์ พิเชษฐ์พันธ์ (นก) ขวัญใจของผมตลอดชีวิตที่จะยังมี ไม่ทราบว่าจะเป็นด้วยเหตุใด เมื่อผมต้องเดินผ่านเธอ จิตใจของผมต้องหวั่นไหวทุกทีไปตั้งแต่วันแรกเจอกัน ในขณะนั้นผมยังเป็นนักศึกษาอยู่ วัน ๆ จะเป็นห่วงการเรียนอยู่มาก มีอยู่วันหนึ่ง เธอมาบอกผมว่าอยากจะเรียนภาษาอังกฤษจากเพลง ขอให้ช่วยหาหนังสือที่แปลบทเพลงที่แปลดี ๆ ให้หน่อย งานอย่างนี้ไม่ยากเลยสำหรับผม เพราะชอบเพลงภาษาอังกฤษเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว วันรุ่งขึ้น ก็มีหนังสือเล่มสวยหนึ่งเล่มมาให้เธอพร้อม การ์ดเล็กใบสวยหนึ่งใบ ปี 2516 เป็นปีแห่งการปฏิวัติของนักศึกษา พวกเพื่อนครูในกลุ่มเดียวกันก็เป็นนักศึกษา แต่เป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทวิโรฒม์ ประสานมิตรและปทุมวันแห่งละคน มีผมคนเดียวที่ดันทุรังอยู่ไกลจากเพื่อน ๆ แต่ก็มีดีอยู่อย่างหนึ่ง คือเจ้าลิขิตพักอยู่ที่วัดมหาธาตุข้าง ๆ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แค่นั้นเอง โอกาสพบกันนอกเวลาทำงานสะดวก เพียงแต่นัดกันไว้ล่วงหน้า และยังอาจจะนอนพักที่นั่นได้ด้วย
All is for her - Chapter 1: Here she isบันทึกนี้เพื่อเธอคนเดียว - ใครจะรู้ว่าผมก็ช้ำมากพอ ๆ กับเธอ“ได้แต่ตัว หัวใจไม่มา”ปีการศึกษา 2516 ผมย้ายออกจากโรงเรียนสารสาสน์พัฒนาด้วยความรู้สึกว่าเจ้าของโรงเรียนแห่งนี้บ่นว่าและด่าผมลับหลังในทำนองว่าผมทำงานให้เขาไม่เต็มที่ ผมไปขอทำงานที่โรงเรียนเปรมฤดีศึกษาที่ตรอกจันทน์ใกล้กับวัดไผ่เงิน ได้พบกับครูพินิจ สิทธิดำรงค์ ซึ่งเป็นครูใหญ่ที่นั่น เขาตอบรับผมเข้าเป็นครูในทันที ดีใจและตื้นตันใจมาก เพราะต้องเรียนที่มหาวิทยาลัยและต้องเลี้ยงดูน้องที่กำลังเรียนอีกสองคน ผมยังจะสอนภาษาอังกฤษเหมือนเดิม จำได้ว่าสอนม.ศ. 1 เป็นสำคัญ ทุกอย่างเป็นไปได้อย่างราบรื่น ได้พบกับเพื่อนที่มีชื่อว่าคุณลิขิต แสงไพโรจน์ คุณวิฑูรย์ คุณสุพล ซึ่งมีความสนใจในเรื่องการหาทางปรับคุณภาพการสอนของครูและการเรียนของบรรดานักเรียน ในระหว่างปี 2517 ผมได้พบกับความแปลกใหม่แห่งชีวิตที่สำคัญอย่างหนึ่ง มีครูสาวคนหนึ่งชื่อครูวินิจได้เดินมาพูดกับผมว่ามีสุภาพสตรีคนหนึ่งจะขอแต่งงานกับผมเพื่อช่วยลดภาษีรายได้ ในขณะนั้น ผมรู้สึกเฉย ๆ อาจจะด้วยเหตุที่ว่าได้รู้จักกับนางสาวอัชรี กลิ่นบัวทองเป็นขวัญใจมาก่อนก็เป็นได้ แต่ก็มีความรู้สึกลึก ๆใน หัวใจเหมือนกันว่า ทำไมเราไม่ทำความรู้จักกับเขาให้มากกว่านี้ ในขณะที่เขียนเรื่องนี้ ผมเปิดเพลง The Sound of Music ซึ่งทำให้ผมหวลคิดไปถึงวันหนึ่งในเดือนกันยายน 2514 ที่ผมได้ดูหนังเรื่องนี้กับคุณอัชรี เพลงชุดนี้ยังทำให้ผมหวลคิดไปถึงเมื่อตอนเรียนอยู่ที่โรงเรียนวรธรรมพิทยาคารหรือบ้านเณรที่ท่าแร่ จ. สกลนคร รู้สึกว่าปีนั้นจะเป็น 2508 อันเป็นปีแรกที่หนังเรื่อง The Sound of Music เข้ามาเมืองไทยเป็นครั้งแรก คุณพ่อมังซุยที่สอนภาษาอังกฤษได้เอาเทปเพลงชุดนี้มาให้พวกเราฟัง สมัยนั้นเพลงชุดนี้บันทึกอยู่ในเทปเสียงเป็นม้วนกลม ๆ เครื่องเล่นเทปเป็นเหมือนเครื่องวิทยุแบบวางตั้ง (ไม่ใช่แบบวางแบนราบ) ใช้ได้กับแบตเตอรี่แต่เพียงอย่างเดียว ที่บ้านเณรมีไฟฟ้าใช้เฉพาะในตอนเย็นประมาณวันละสามสี่ชั่วโมง พวกเราใช้เครื่องเล่นเทปนี้สำหรับการเรียนและฝึกพูดภาษาอังกฤษเป็นสำคัญ แต่ด้วยความที่ชอบเพลงชุดนี้ เราก็ขอใช้เครื่องนี้สำหรับเล่นเพลงด้วย แต่เพราะพวกเราไม่มีเงินซื้อแบตเตอรี่ใหม่ ๆ ใช้ แบตเตอรี่ที่อ่อนก็ต้องเก็บมาใช้ให้ได้นานที่สุด ทำให้เราต้องต่อยาวเป็นเมตรก็มีเพื่อให้ได้ไฟแรงพอที่จะเดินเครื่องได้ ทั้งนี้ นับว่าพวกเราโชคดีอยู่บ้าง เพราะโต๊ะไม้ที่เรานั่งเรียนยาวขนาดสี่คนนั่งด้วยกันได้ ในขณะนั้นก็มีครูสาว ๆ อยู่หลายคนที่สอนชั้นประถมศึกษา แต่คนที่ตรงสเปกของผมก็มีเธอคนเดียว ในช่วงเดียวกันนี้ ในทีมของผมก็เพื่อนครูผู้ชายสองสามคนซึ่งดูเหมือนจะเป็นที่สนใจของบรรดาครูสาว ๆ เหล่านี้ด้วย มีคุณลิขิต แสงไพโรจน์ คุณวิฑูรย์ (ยาว) และคุณสุพล บรรดาครูสาว ๆ จะชวนพวกเราไปกินขนมที่ห้องพักครูที่ตึกประถมศึกษาในช่วงพักตอนกลางวัน มันช่างเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเสียเหลือเกินเพราะจะได้อยู่ใกล้สาว ๆ ที่ถูกใจเพื่อสร้างความสนิทสนมกัน
หมักและพวก
January 18 Thaksin's proxy and many other forms
What is that: Prem to Meet Potjaman?BREAKING NEWS Military backs Prem-Potjaman meeting
(BangkokPost.com) - Council for National Security (CNS) member Sathiraphan Keyanont expressed support for a meeting on national reconciliation between Khunying Potjaman Shinawatra, wife of ousted premier Thaksin, and Privy Council president Prem Tinsulanonda.
Navy chief Adm Sathiraphan said such a talk could lead to the end of "misunderstanding between the two parties".
He also revealed that the CNS is concerned about the formation of a new government.
"The CNS wants to see a stable government," he told reporters. "It is not difficult to form a government. But it is harder to set directions the government will take."
He called on political parties to give priority to national security, economics, politics and military forces and leave their own benefits behind.
|
|
|